ผู้ผลิตชั้นนำ

เรียงโดย:

ฟีโรโมนคืออะไร? ต้องอ่าน

อยากรู้ว่า ฟีโรโมน คืออะไร? เชิญอ่าน แล้วคุณจะต้องการครอบครองมัน 


ฟีโรโมน Pheromone คืออะไร? (เนื้อหาจากเว็บไซต์วิชาการ)

ฟีโรโมน PHREROMONE เป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก 2 คำรวมกัน
คือคำว่า PHEREIN ซึ่งแปลว่า นำมาหรือส่งต่อไปให้
และ HORMON ซึ่งแปลว่า ตื่นเต้น ตื่นตัว
รวมกันแล้ว จึงแปลว่า นำเอาความตื่นเต้นมาให้

กล่าวคือเป็นสารเคมีที่หลั่งออกจากร่างกายแล้วไปมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิด (สปีชีส์) เดียวกัน เช่น ฟีโรโมนที่มดหลั่งออกมาไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และฟีโรโมนที่มนุษย์เราผลิตขึ้นก็มีผลต่อมนุษย์เราด้วยกันเองเท่านั้น

ความตื่นเต้นอะไรน่ะหรือคะ ก็ความตื่นเต้นของคู่ซิคะ ตื่นเต้นในความรัก ตื่นเต้นที่จะได้มีการเจริญพันธุ์ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า สัตว์ทุกชนิดในห้วงเวลาที่มีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา สารดังกล่าวเรียกขานกันว่า “ฟีโรโมน” ส่วนมากแล้วจะหลั่งออกมาจากเพศเมีย เพราะต้องการเรียกให้ตัวผู้มาทำการผสมพันธุ์จะได้เจริญเผ่าพันธุ์ต่อไป

โดยปกติแล้วฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่อยากจะได้ไว้เป็นคู่ ฟีโรโมนออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์ และความรู้สึกรักใคร่ อยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้น ในเผ่าพันธุ์เดียวกันนะคะ รับรองว่าฟีโรโมนของคุณไม่สามารถไปกระตุ้นม้า หรือช้างให้รักคุณได้เด็ดขาด

สารเรียกรักที่มากกว่า คำว่ารัก
เชื่อไหมคะ เวลาเขาพูดกันถึง ฟีโรโมน นั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่นที่สามารถรับรู้ได้จากทางจมูกหรอกคะ แต่กลิ่นที่ไม่มีกลิ่นดังกล่าว ที่เรียกว่า ฟีโรโมน นั้นจะรับรู้ได้จากทางสมอง แค่หลั่งฟีโรโมนออกมาเพียงน้อยนิด ก็สามารถที่จะเรียกคู่ได้จำนวนมหาศาล โดยปกติแล้ว ฟีโรโมน มักจะหลั่งออกมาจากเพศหญิงเพื่อที่จะให้ชายมาหลงรัก จำได้นะคะว่า ฟีโรโมนนั้นแท้จริงแล้วไม่มีกลิ่น ดังนั้น รับรองว่าไม่ใช่กลิ่นที่เรียกว่า สาบสาวอย่างเด็ดขาด เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่า สัตว์เพศผู้ทั้งหลายมีตัวรับกลิ่นเสน่ห์ หรือฟีโรโมนดังกล่าวอยู่ในสมองจึงสามารถที่จะหลงเสน่ห์เพศเมียได้ ในขณะที่สัตว์เพศเมียไม่มีตัวรับกลิ่นดังกล่าว จึงไม่มีการหลงเสน่ห์ตัวเอง

ไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมานี่เองคะที่ได้มีการสกัดเอาฟีโรโมนของมนุษย์เราออกมาได้เป็นผลสำเร็จ โดยสกัดเอาฟีโรโมนจากผิวหนัง ซึ่งเมื่อนำเอาสารสกัดดังกล่าวไปทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 40 คน ผลการทดลองนั้น อาสาสมัครตอบว่ามีความรู้สึกดี เป็นมิตร และอยากตอบสนองต่อความรัก พูดง่ายๆ ก็คือ ทำให้มีอารมณ์แห่งความรักนั่นเอง คุณๆ อ่านมาถึงตรงนี้คงจะบอกว่า บอกซะทีได้ไหมว่า ฟีโรโมนในคนน่ะคืออะไร มีจริงไหม และระเหยออกมาจากผิวกายได้อย่างไร? จะได้ไปให้สาว หรือหนุ่มคนรักดมแล้วจะได้หลงใหลไม่หนีห่างไปไหน

เนื่องจากเคยมีการวิจัยพบว่า ในน้ำหล่อลื่นและตกขาวตามธรรมชาติของผู้หญิงที่สะอาดนั้น มักจะมีกลิ่นที่ชวนให้วาบหวาม และบางกลิ่นระเหยออกมาจากจุดซ่อนเร้นของสัตว์บกที่เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดในบางห้วงเวลา เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว ปรากฏว่าประกอบไปด้วยกรดไขมันบางชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายฟีโรโมนด้วย และคุณผู้ชายที่พิสมัยการทำรักด้วยปากกับส่วนนั้นของแฟนคุณ เคยลองสังเกตดูบ้างไหมว่า ในบางช่วง เช่น วันไข่ตกกลิ่นจะเปลี่ยนไป บางครั้งพบว่าผู้หญิงจะมีกลิ่นสะอาด หอมเย้ายวนใจ ออกมาจากส่วนนั้นเหมือนกัน
      
 ฟีโรโมนของคนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน Dhea ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต เป็นต่อมเล็กๆ ที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง แค่เหมือนเท่านั้น ไม่ใช่เหมือนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าฟีโรโมนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน และออกฤทธิ์ต่อประสาทสมองส่วนจิตใต้สำนึกที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวพื้นฐาน ซึ่งก็คือการเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติ

ในปัจจุบันพบว่า ฟีโรโมนของคนเรานั้นจะหลั่งออกมาในปริมาณน้อยนิด จากน้ำมันบริเวณผิวหนังรอบๆ หัวนม ใต้รักแร้ และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ฟีโรโมนจึงทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อารมณ์เพศ และกระตุ้นให้มีความต้องการทางเพศต่อเพศตรงข้าม มนุษย์เรานั้นต่างกับสัตว์ก็คือในการรับรู้ การวิวัฒนาการที่ทำให้คนเรา มีจริยธรรมกระทำในสิ่งที่ดีงามนั้นร่างกายของคนเราจะหลั่งฟีโรโมนออกมา ก็ต่อเมื่อเจอกับเพศตรงข้ามที่พึงพอใจ และเมื่อตนเองมีอารมณ์เพศเท่านั้น คือ ทำให้เกิดความรัก และเพิ่มอารมณ์ที่จะมีสัมผัสรักทางกายต่อกันและกัน เมื่อคุณเกิดความรักในเขาและเธอ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมา ไปกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับทราบถึงความรักและความสนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการตอบสนองตามมา เมื่อรักเข้าใจในรัก และต้องการที่จะเป็นของกันและกันทั้งกายและใจ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมาให้เกิดอารมณ์ และความปรารถนาตามธรรมชาติทางเพศ และนำไปสู่การมีความสัมพันธ์ทางกาย

คุณเคยสังเกตไหมว่า ถึงแม้ว่าคุณจะพบหนุ่มหล่อ หรือสาวสวยมากหน้าหลายตา แต่ถ้าคุณไม่เกิดความรักแล้ว อารมณ์เพศถึงแม้จะเกิดขึ้นแต่ก็สามารถที่จะหายไปได้ แต่ถ้ามีความรักในกันและกันแล้วละก็ มันอยากที่จะเป็นของกันและกันให้ได้ และโหยหาที่จะได้เป็นของกันและกันอยู่เสมอ จะเรียกว่าติดอกติดใจ หรือบางทีอาจจะติดกลิ่นก็ได้ บางคนนะคะไม่ได้กลิ่นคนรักที่เคยนอนข้างกายแล้วละก็นอนไม่หลับเลย บอกยากคะว่าติดกลิ่นอะไร กลิ่นกาย หรือกลิ่นฟีโรโมน

นิตยสาร Her World ได้อธิบายเรื่องสารฟีโรโมน ที่เขียนโดย นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ว่า สารฟีโรโมน เป็นสารที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยกลิ่นเหมือนอย่างมดหรือผึ้ง แต่เราสามารถรับรู้ได้ทางสมอง สังเกตได้โดย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเจอคนที่ตรงสเปก หรืออยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกปลื้ม ชอบ ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่าสารฟีโรโมนในร่างกายเรากำลังทำงาน ที่สำคัญอีกข้อคือถ้าผู้หญิงคนไหนที่ติดพ่อมาก หรือรักพ่อมากๆ หากเธอได้ไปพบเจอชายที่มีกลิ่นหรือนิสัยคล้ายพ่อเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนั้นมักจะตกหลุมรักเขาไปโดยไม่รู้ตัว

ผลการทดลอง

เคยมีการศึกษาวิจัยนะคะ นักวิทยาศาสตร์ลองเอากลิ่นฟีโรโมนที่สกัดจากผู้ชายไปซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ตัวหนึ่ง ในห้องประชุมที่มีผู้หญิงที่ทำงานเป็นเลขานุการมาประชุมกัน ปรากฏว่าสุภาพสตรีทั้งหลายมานั่งรวมกันเป็นกระจุกรวมเก้าอี้ตัวนั้น และแน่นอนบนเก้าอี้ตัวดังกล่าวก็มีสุภาพสตรีผู้โชคดีไปถึงก่อนเป็นคนแรก นั่งรออยู่ก่อนแล้ว การทดลองทำต่อไปในโรงภาพยนตร์ โดยพ่นฟีโรโมนชายในเก้าอี้นั่งบางตัวและเว้นบางตัวไว้ ปรากฏว่า เก้าอี้ที่โดนพ่นโดยฟีโรโมนมีผู้หญิงมายึดครองหมดปล่อยให้เก้าอี้ตัวอื่นๆ ว่างไว้

ฟีโรโมนจากธรรมชาติและที่สังเคราะห์เลียนแบบนี้ มีคุณสมบัติเพียงแต่ทำให้เพศตรงข้ามสนใจ เกิดความอบอุ่นอยากจะใกล้ชิด ไม่ได้เป็นยาเพิ่มพลังเพศ หรือยาปลุกเซ็กซ์แต่อย่างใดเดี๋ยวไปใช้ผิดประเภทไม่ได้ผลแล้ว จะหาว่าเขียนอะไรไม่จริง เพราะว่าหลังจากลองใช้แล้ว เขาและเธอที่ร่วมโครงการทดลองใช้จะเกิดอารมณ์รักใคร่ อยากกอด อยากจูบ และสัมผัสทางกายมากขึ้น แต่จะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ อยากจะขอยกข้อมูลเหล่านี้มาให้ดูนะคะ

ผู้ชายร้อยละ 74 ที่ใช้ฟีโรโมนพบว่าผู้หญิงมีอารมณ์โรแมนติกกับพวกเขามากขึ้น

ผู้ชายที่ใช้ฟีโรโมนจริงร้อยละ 41 จูบคู่รักดูดดื่มมากขึ้น

เมื่อเทียบกับผู้ที่ใช้ฟีโรโมนหลอกที่จูบเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 14

คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความของฟีโรโมนเพิ่มเติม


สมัครรับข่าวสาร